Mon - Sat : 10.00 AM - 4.00PM Sunday : Closed
การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift Surgery หรือ Rhytidectomy) ในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการดึงผิวหนังให้ตึง แต่เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าในระดับลึก เพื่อให้ใบหน้ากลับมาดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติและคงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่า
แนวคิดของ Modern Facelift คือการยกโครงสร้างชั้นลึกของใบหน้า (Deep Structural Rejuvenation) มากกว่าการดึงผิวหนังเพียงอย่างเดียว เนื่องจากความหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากผิวหนังเท่านั้น แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของหลายโครงสร้าง ทั้งผิวหนัง ไขมัน เอ็นยึดใบหน้า (Retaining Ligaments) ชั้น SMAS และกระดูกใบหน้า แนวคิดนี้ช่วยให้ผลลัพธ์ดูอ่อนเยาว์ กลมกลืน และลดโอกาสเกิดใบหน้าที่ตึงแข็งผิดธรรมชาติ (Wind Tunnel Face) โดยหลักการสำคัญของการผ่าตัดดึงหน้าสมัยใหม่ ประกอบด้วย
Facelift Surgery (Rhytidectomy) หรือ “การผ่าตัดดึงหน้า” เป็นศัลยกรรมที่ช่วยฟื้นฟูความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนโครงสร้างของใบหน้าให้กลับมาใกล้เคียงกับช่วงวัยที่อ่อนเยาว์ เมื่ออายุมากขึ้น ความหย่อนคล้อยจะเกิดขึ้นในหลายชั้นของใบหน้า ได้แก่
ดังนั้น การดึงผิวหนังเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด การผ่าตัดดึงหน้าสมัยใหม่จึงมุ่งเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าในระดับลึก เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้ยาวนาน ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดดึงหน้ามีหลายเทคนิค โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับระดับความหย่อนคล้อยและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ได้แก่
นอกจากนี้ แนวแผลผ่าตัดมักซ่อนอยู่บริเวณ ขมับ หน้าใบหู หลังใบหู และแนวไรผม เพื่อช่วยลดการสังเกตเห็นรอยแผลหลังการผ่าตัด ในบางกรณี การผ่าตัดดึงหน้าอาจทำร่วมกับหัตถการอื่น เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุลและกลมกลืนมากยิ่งขึ้น เช่น Upper Blepharoplasty, Lower Blepharoplasty, Brow Lift, Temporal Lift, Neck Lift, Fat Grafting, Lip Lift หรือการฟื้นฟูคุณภาพผิวด้วยเลเซอร์
การผ่าตัดดึงหน้าไม่ได้หยุดกระบวนการแก่ แต่ช่วย “ย้อนเวลา” ของใบหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ขึ้น พร้อมคงเอกลักษณ์ของใบหน้าไว้ เมื่อแก้ไขโครงสร้างใบหน้าในระดับลึกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์ที่คาดหวัง ได้แก่
วิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพของผิว และโครงสร้างใบหน้าโดยรวม
เลือกแนวทางการผ่าตัดให้เหมาะกับปัญหาและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล
ฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าในระดับลึก พร้อมแก้ไขความหย่อนคล้อยตามแผนการรักษา
ซ่อนแนวแผลบริเวณขมับ หน้าใบหู หลังใบหู และแนวไรผม เพื่อลดการสังเกตเห็นรอยแผล
ติดตามอาการ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลแผลและการพักฟื้น
ประเมินการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและผลลัพธ์หลังการผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง
A : เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอในระดับปานกลางถึงมาก เช่น แก้มหย่อน ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด หรือคอหย่อน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
A : ไม่สามารถหยุดกระบวนการแก่ตามธรรมชาติได้ แต่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ขึ้น และทำให้ใบหน้ายังคงดูอ่อนวัยกว่าการไม่ได้รับการรักษา
A : แนวแผลมักซ่อนอยู่บริเวณขมับ หน้าใบหู หลังใบหู และแนวไรผม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ช่วยลดการสังเกตเห็นรอยแผลเมื่อแผลฟื้นตัว
A : โดยทั่วไป ช่วง 48–72 ชั่วโมงแรกจะมีอาการบวมและช้ำค่อนข้างมาก หลังจากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น โดยสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขณะที่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เข้าที่มากขึ้นในช่วง 1–3 เดือน และใกล้เคียงผลลัพธ์สุดท้ายภายในประมาณ 6–12 เดือน
Dr.Kook Clinic คลินิกศัลยกรรมและความงามที่ให้บริการด้วยมาตรฐานระดับมืออาชีพ นำโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและบุคลากรที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเผยความงามในแบบที่เป็นคุณ
เลขที่จดทะเบียนบริษัท : XXXX
เลขที่อนุมัติ ฆสพ.สบส. XXXX
Copyright © 2026 All Rights Reserved.